ศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา มูลนิธิกระจกเงา

พัฒนาการศึกษา สู่ทักษะชีวิตที่ยั่งยืนอย่างมีความสุข

มหาวิทยาลัยขอนแก่น

“การเติบโตของฉันตลอดการฝึกงาน 1 เดือน”

การมาที่นี่ของฉันนั้นที่จริงแล้วแทบจะไม่ได้คาดหวังอะไรไว้เลย ตอนแรกแค่คิดว่าอยากจะมาชมวิวรับบรรยากาศธรรมชาติและอยากออกมาจากสถานที่เดิมๆเพื่อหลีกหนีปัญหาชีวิตของตัวเองแค่นั้นเลยจริงๆ แต่สิ่งที่ได้กลับมาในตลอดระยะเวลาการฝึกงาน 1 เดือนนี้มันได้มากกว่าสิ่งที่คิดเอาไว้มาก สถานที่ดี ธรรมชาติดี ผู้คนดี สิ่งของและอาหารราคาถูก วันแรกที่ได้เริ่มจัดการเรียนสอน วันนั้นถือเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้มารับมือกับเด็กจำนวนหลายสิบคนในครั้งเดียวและถือเป็นวันที่ทุลักทุเลมาก เพราะฉันไม่รู้วิธีที่จะรับมือกับเด็กเลย ยิ่งกับเด็กที่อยู่ในวัยกำลังดื้อกำลังซนจำนวนหลายๆคนทำให้ฉันรู้สึกว่ารับมือไม่ไหว แต่พอผ่านมาช่วงระยะเวลาหนึ่ง ได้เรียนรู้วิธีการสอนการจัดการเรียนรู้ของพี่สายลม พี่เอ๋ และพี่เจนนี่ ทำให้เริ่มมีวิธีในการรับมือกับเด็กๆได้ดียิ่งขึ้น อย่างการปรบมือ 1 ครั้งที่เป็นเพียงวิธีง่ายๆแต่ดันเป็นวิธีเรียกรวมสมาธิเด็กได้อย่างที่ฉันไม่เคยรู้มาก่อน วิธีการพูดกับเด็กที่ดื้อหรือไม่ค่อยฟังต้องพูดยังไงฉันก็เพิ่งจะได้เรียนรู้จากที่นี่ นอกจากทักษะเรื่องการสอนและการรับมือกับเด็กของฉันที่พัฒนาแล้ว ทักษะชีวิตในหลายด้านฉันก็เพิ่งจะได้มาเรียนรู้ที่นี่ อย่างการเข็นรถตกหล่ม ที่ต้องถอดรองเท้าแตะลุยโคลนไปช่วยเอาอิฐเอาหินไปรอง แล้วไปเข็นรถเพื่อให้รถผ่านไปได้ ถ้าถามว่าทำไมต้องถอดรองเท้าก็เป็นเพราะว่าถ้าไม่ถอดรองเท้าก็จะจมโคลนหายไป การหนีน้ำท่วม ประสบการณ์ครั้งแรกที่เจอน้ำท่วม ถือเป็นการฝึกรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดคิดได้อย่างดี การผ่าฟืนการก่อไฟ ที่ต้องดูทิศทางลมให้ดี ต้องเรียนรู้การควบคุมไฟ การผสมปูน การฉาบปูน การทำโครงก่อนเทปูนเพื่อให้ไม่ให้ปูนแตกง่าย การปูหญ้า การเรียงอิฐทำทางเดิน การทำการเกษตร และอื่นๆอีกมากมาย พูดได้ว่ามาฝึกงานที่เดียวแต่ได้ทำแทบจะครบทุกอย่างแล้ว เป็นกาารฝึกงานที่คุ้มมากจริงๆ ส่วนเรื่องธรรมชาติ พูดเลยว่าไม่ผิดหวัง ได้สัมผัสธรรมชาติอย่างที่หวัง หันไปทางไหนก็เจอภูเขา ท้องฟ้าที่สวยไม่ซ้ำในแต่ละวันแต่ละเวลา เสียงสัตว์ต่างๆในตอนกลางคืนและตอนเช้า และที่หวังว่าจะใช้ธรรมชาติมาบรรเทาภาระในใจก็สมหวังเช่นกัน แต่ที่ได้เพิ่มมาคือผู้คน เพราะถ้าแค่อยากสัมผัสธรรมชาติอยู่ที่ไหนก็ได้เหมือนกัน แล้วคำถามคือทำไมต้องเป็นที่ไร่ส้ม วันนี้ฉันได้คำตอบแล้ว เพราะที่นี่นอกจากธรรมชาติดีแล้ว ผู้คนที่นี่ก็ดีด้วย อย่างคำพูดที่ว่า “ไร่ส้มไม่ใช่สถานที่แต่เป็นผู้คน” ที่นี่มีผู้รับฟัง มีผู้ให้คำปรึกษา มีผู้คนที่น่ารัก พี่ๆที่น่ารัก และน้องๆนักเรียนที่น่ารัก ที่นี่อยู่กันอย่างครอบครัวจริงๆ ในทุกเช้าฉันจะได้รับอ้อมกอดจากนักเรียน บางวันก็ได้ของฝากไม่ว่าจะเป็นผลไม้หรือการ์ดข้อความ ฉันได้ข้อคิดอะไรกลับมาเยอะมากกับการมาที่นี่ ระยะเวลาแค่ 1 เดือนมันไม่พอจริงๆ

นางสาวเชษฐ์ธิดา โพสา(ดรีม)

สาขาภาษาตะวันออกเอกวิชาภาษาจีน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ฝึกงานฝ่ายการศึกษา ระหว่างวันที่ 4 พฤษภาคม – 4 มิถุนายน พ.ศ.2565 จำนวน 1 เดือน